“น้องอิงค์” พูดได้ 5 ภาษา สอบติดมหาวิทยาลัยชื่อดัง ตั้งแต่จบ ป.6

Loading...

เปิดเรื่องราวของ น้องอิงค์ ภัสสรา จันทร์โชติเสถียร ในวัย 15 ปี เรียนอยู่ในระดับชั้นปีที่ 2 สาขาวิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ สถาบันเทคโนโลยีนานาชาติสิรินธร (SIIT) มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ สอบเข้าวิศวะได้ตั้งแต่อายุ 13 ปี ลงแข่งขันคอมพิวเตอร์มาหลายรายการ

และยังสามารถพูดได้ถึง 5 ภาษา ทั้งไทย อังกฤษ จีน เยอรมัน และฝรั่งเศส รวมทั้งสอบ TOEFL ได้คะแนน 111 เต็ม 120 และเธอวางแผนการการศึกษาไว้ว่า เธอจะต้องสำเร็จการศึกษาในระดับปริญญาเอก ภายในอายุ 20 ต้น ๆ

ตัวแทนเด็กไทย คว้ารางวัลคอมพ์นานาชาติ ผู้ที่ได้รางวัลใหญ่สุดของการแข่งขันด้วย คือ รางวัล Grand Winner เป็นรางวัลที่ให้แก่ผู้แข่งขันที่ได้คะแนนการแข่งขันทางด้าน design and engineering สูงที่สุดของทุกรุ่นอายุรวมกัน

“ตอนน้องอิงค์อยู่ ป.2 คุณแม่โดนคุณครูเรียกพบ โดยคุณครูได้แจ้งกับแม่ว่า น้องอิงค์ชอบชวนเพื่อนในห้องคุย แม่ก็ตำหนิน้องว่า ทำไมลูกไปชวนเพื่อนคุย ทำไมไม่ตั้งใจเรียน น้องก็ตอบกลับมาว่า หนูรู้เรื่องหมดแล้วนี่คะแม่”

ความสามารถที่ไม่ธรรมดาของน้องอิงค์ ได้ก้าวกระโดดจากเกรด 6 โรงเรียนนานาชาติร่วมฤดี เพื่อสอบเทียบเข้าคณะวิศวกรรมศาสตร์ จากสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ได้ตอนอายุ 13 ปี ก่อนจะย้ายมาศึกษาที่คณะวิศวกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีนานาชาติสิรินธร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ชั้นปีที่ 2

Loading…

“เมื่อน้องอายุ 12 อยู่ในช่วงวัยที่จะเข้า ม.1 น้องสามารถสอบผ่านในระดับชั้น ม.6 ได้ ปกติเด็กจะใช้เวลาถึง 2 ปี ในการเรียนคือ ม.5-ม.6 แต่น้องทำได้ใน 1 เทอม

แม่ก็ลองไปสมัครมหาวิทยาลัยให้เขาดู ไปยื่นที่ลาดกระบัง คณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขานวัตกรรมคอมพิวเตอร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ก็ไปยื่นรับตรง น้องก็ผ่านหมดทุกอย่าง แล้วก็ได้ทุน 100 เปอร์เซ็นต์

น้องอิงค์ ได้บอกเล่าว่า “หนูเรียนต่อมหาวิทยาลัยในสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง คณะวิศวกรรมศาสตร์ ซึ่งในวันที่สัมภาษณ์ กรรมการ 8 ท่านไม่ทราบมาก่อนว่าหนูอายุเท่าไหร่ แต่พอตรวจรายละเอียดในเอกสารก็พบว่า หนูอายุแค่ 13 ปี ซึ่งพวกท่านก็ตกใจมาก และเข้ามาซักถามถึงที่มาที่ไป”

“ต่อมาไม่นาน หนูได้ย้ายไปอยู่สาขาวิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ สถาบันเทคโนโลยีนานาชาติสิรินธร (SIIT) มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ซึ่งตอนนี้อยู่ชั้นปีที่ 2 ค่ะ” นอกจากนี้ แม่หน่อยยังเผยว่า การเลี้ยงลูกจะต้องวางแผนอย่างดีมาก ๆ หากใครอยากได้ลูกที่แบบนี้ ไม่จำเป็นว่าต้องมี DNA นี้อยู่ในสายเลือด

Loading…

“ถ้าคุณมาบอกว่าแม่เป็นดอกเตอร์ ลูกก็เรียนได้ นั่นไม่ใช่ แต่มันอยู่ที่เราเลี้ยงเขายังไง ถ้าอยากเลี้ยงได้แบบนี้ 1-6 ปีแรก จะเป็นช่วงสำคัญของการดูแล สำคัญมาก ๆ ถ้าเราอยากได้ลูกเราแบบไหนใน 6 ปีแรก เราเลี้ยงแบบนั้น แล้วต่อจากนั้นเราไม่ต้องทำอะไรเลยเขาดูแลตัวเขาเอง”

พอช่วงแรกเกิดแม่หน่อยจะฝึกพัฒนาการก่อน ไม่ว่าจะเป็นกล้ามเนื้อมัดเล็ก มัดใหญ่ ของเล่นที่มีคนบอกว่าเหมาะสำหรับเด็ก 0-3 เดือน หรือ 3-6 เดือน แม่หน่อยจะไม่ค่อยเชื่อสักเท่าไหร่ แต่จะมีการเสริมทักษะการเรียนรู้ที่ข้ามขั้นมากกว่า ทำให้ช่วงวัยอนุบาล น้องอิงค์สามารถเข้าใจการเรียนรู้ในชั้นเรียนได้หมดแล้ว

Loading…

“ระหว่างเรียนอนุบาลแม่ก็เสริมของประถม ประถมทุกอย่างน้องได้หมดแล้ว พออยู่ประถมแม่ก็เอาของ ม.ต้น มาฝึก ส่วนเรื่องภาษาต่างประเทศ เราก็ต้องดูลูกเราด้วยว่าเขาชอบไหม เราอย่าไปบังคับ

ทั้งนี้ น้องอิงค์ยังเคยทำแบบทดสอบของมหาวิทยาลัยจอนส์ฮอปกินส์ ซึ่งมีการทดสอบเด็ก Talented จากทั่วโลก หากเด็กจากทั่วโลกผ่านการทดสอบนี้สามารถทำคะแนนได้อยู่ในขั้นของเด็ก Talented ก็จะได้ใบเซอร์ว่าเป็นคนมีความสามารถของโลก

Loading…

“พอแม่ดูแล้วเป็นเด็ก Talented เราก็เอาวิชาการที่เข้มข้นมาให้น้องเรียนภายใน 1 ปี แต่ให้เรียนออนไลน์จากต่างประเทศ เพราะว่าเป็นภาษาอังกฤษ บางทีถ้าติวภาษาไทยน้องเขาก็ไม่เข้าใจตรงกัน ถ้าโจทย์ยาก ๆ ครูไทยก็จะมีจุดอ่อน น้องเรียนเป็นภาษาอังกฤษหมดค่ะ”

ถ้าถามถึงข้อเสียของการเรียนแบบข้ามขั้นไม่มีเลย ถ้าเราพร้อมที่จะเรียนรู้จริง ๆ อย่างน้องอิงค์มีความพร้อมที่จะเรียนรู้จริง ๆ มันก็เลยไม่มีข้อเสีย เพราะถ้าเราไม่บอกใครว่าอายุ 15 ไม่มีใครรู้ เพราะเด็กมหา’ลัยเขาคุยกับน้องเขาไม่ได้รู้สึกว่าน้องง้องแง้ง

Loading...