สธ.แถลงยืนยัน พบผู้ป่วย โควิด-19 เพิ่มอีก 111 คน รวมผู้ติดเชื้อสะสม 1,045 คน

Loading...

เมื่อวันที่ 26 มี.ค. ที่กระทรวงสาธารณสุขนพ.อนุพงศ์ สุจริยากุล ผู้ทรงคุณวุฒิ กรมควบคุมโรค แถลงข่าวสถานการณ์แพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ หรือโควิด-19 ว่า รายงานสถานการณ์วันที่ 26 มี.ค. พบผู้ป่วยยืนยันรายใหม่ 111 ราย ทำให้ยอดผู้ป่วยสะสมอยู่ที่ 1,045 ราย

ผู้ป่วยกลับบ้านได้ 88 ราย ผู้ป่วยวิกฤต 4 ราย ผู้ป่วยยังรักษาตัว 953 ราย โดยมีทั้งอาการน้อยและอาการปานกลาง โดย 2-3 วันนี้ คงตัวเป็นหลักร้อย ก่อนหน้าที่กระโดดไป 188 ราย เป็นเพราะมีผู้ป่วยรอยืนยันจากแล็บแห่งที่ 2 รออยู่ ถ้ามาตรการออกมาไม่แรงพอ จะทำให้ตัวเลขพุ่งขึ้นไปมากกว่านี้ การออก พ.ร.ก.ฉุกเฉินจะทำให้หน่วงสถานการณ์ และหวังว่า ตัวเลขผู้ป่วยจะไม่ถึง 3,500 คนในเดือนเม.ย.

ระหว่างที่การพัฒนาวัคซีนโคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่ยังอยู่ในขั้นเริ่มต้น และอาจต้องใช้เวลานานถึงปีหน้ากว่าจะได้เห็นเป็นรูปธรรม สิ่งที่ทีมแพทย์ทั่วโลกจะช่วยแนะนำได้ คือการให้ทุกคนดำรงชีวิตอย่างมีสุขภาพดีและป้องกันตัวเองจากความเสี่ยงติดเชื้อโควิด-19

ล้างมือสะอาด ห่างไกลผู้ไอ-จามลดโอกาสติดโควิด-19 ดร.แอนโธนี เฟาซี ผู้อำนวยการสถาบันโรคภูมิแพ้และโรคติดต่อแห่งสหรัฐฯ ย้ำว่า การล้างมือให้สะอาด อยู่ห่างไกลผู้ที่ไอและจาม และให้บุตรหลานอยู่บ้านหากล้มป่วย จะช่วยลดโอกาสการติดเชื้อโควิด-19 รวมทั้งไข้หวัดใหญ่ได้ อย่าลืมกฎ 20 วินาทีในการล้างมือให้สะอาดทุกซอกทุกมุม และเช็ดมือด้วยผ้าหรือทิชชูที่แห้งสะอาด แต่ถ้าเข้าถึงน้ำและสบู่ไม่ได้ ให้เลือกใช้น้ำยาล้างมือ ที่มีแอลกอฮอล์เข้มข้นอย่างน้อย 60%

Loading…

รับมืออย่างไรถ้ามีการไอ-จาม? ถ้าเป็นคนไอ-จาม ควรใช้ช่วงข้อพับข้อศอกป้องจมูกและปาก เพื่อป้องกันละอองน้ำมูกแพร่กระจาย โดยทาง WHO ยอมรับว่า การไอแต่ละครั้งจะพ่นละอองออกมาได้ไกลถึง 6 เมตร ส่วนการจามไปได้ไกลถึง 8 เมตร และเมื่อไวรัสกระจายอยู่ในอากาศ มันสามารถอยู่ได้นานหลายชั่วโมงภายในละอองน้ำมูก หรือบนพื้นผิวที่มันสัมผัส

แต่ถ้าดวงดีมีคนมาไอ-จามใกล้ๆ ดร. แอนน์ ชูแชด (Dr. Ann Schuchat) จากศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคติดต่อแห่งสหรัฐฯ หรือ CDC บอกว่า ละอองน้ำมูกสามารถแพร่กระจายผ่านอากาศได้ ขณะที่ทางองค์การอนามัยโลก หรือ WHO แนะว่าควรจะห่างจากคนรอบข้างอย่างน้อย 3 เมตร เพื่อที่จะไม่ต้องสูดละอองน้ำมูกจากการจามใครโดยไม่จำเป็น ถ้าเป็นไปได้และไม่ดูประหลาดไป ถ้าเห็นใครไอ ให้หันศีรษะหรือหันทั้งตัวหลบไปจากคนๆนั้น พร้อมทั้งอาจจะใช้ผ้าเช็ดหน้าหรือทิชชูป้องปากและจมูกตัวเองไว้ด้วยก็ได้

ถ้าเกิดการแพร่ระบาดของโคโรนาไวรัสใกล้ถึงชุมชนที่อยู่ จะทำอย่างไร? CDC แนะว่า เตรียมการในบ้านตัวเองไว้ก่อน อย่างการเลือกห้องสำหรับกักตัวผู้ติดเชื้อจากสมาชิกคนอื่นๆภายในครอบครัว และถ้ามีใครรู้สึกไม่สบาย พยายามแยกตัวเองออกจากคนในครอบครัวให้ได้มากที่สุด นอกจากนี้ การเตรียมอาหารพร้อมกินไม่เสียง่าย อุปกรณ์ของใช้ในห้องน้ำ ยาและเวชภัณฑ์ พวกยาแก้หวัดลดไข้ และหลีกเลี่ยงการไปยังพื้นที่คนพลุกพล่านหากไม่จำเป็น

Loading…

ถ้าครอบครัวป่วยทำอย่างไร? ให้สังเกตอาการสำคัญ ถ้าเริ่มไอ มีไข้ หรือหายใจติดขัด ควรปรึกษาแพทย์ทันที และให้ผู้ป่วยอยู่ในห้องที่เตรียมไว้ให้แยกกับสมาชิกในครอบครัว CDC ระบุว่าส่วนใหญ่แล้วคนไข้สามารถฟื้นตัวได้ที่บ้าน แต่ระหว่างนี้ผู้ป่วยควรสวมหน้ากากอนามัยเพื่อลดโอกาสแพร่เชื้อให้คนในบ้าน

ทักทายอย่างไรให้ห่างไกลโควิด-19? ดร.ซิลวี ไบรอันด์ ผู้อำนวยการฝ่ายการระบาดใหญ่ องค์การอนามัยโลก แนะ 4 วิธีทักทายให้ห่างไกลโรค ได้แก่ การใช้ข้อศอกแตะกัน หรือ bumping elbows, การโบกมือทักทาย, การโค้งคำนับ และการไหว้แบบไทย ส่วนเมื่อวันอังคารผู้ว่าการรัฐเนบราสกา พีท ริกเกตส์ โพสต์วิดีโอของเขาบนทวิตเตอร์ทักทายด้วยการให้ข้อศอกแตะกันนำเทรนด์

Loading…

ส่วนที่อิหร่านและเลบานอน มีกระแสการทักทายแบบใช้เท้าแตะกันเพื่อทักทาย ซึ่งเรื่องนี้ผู้เชี่ยวชาญด้านมารยาท วิลเลียม แฮนสัน เปิดเผยกับ CNN ว่าถ้าเลือกได้ควรทักทายแบบให้มือผายออกมาแทนที่จะคว่ำมือ และควรสบตาคู่สนทนาเพื่อแสดงความจริงใจและใส่ใจ ในช่วงที่การสัมผัสกันอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ

มีวิธีป้องกันอื่นๆ อีกหรือไม่? อย่าเดินทางไปพื้นที่เสี่ยง หลีกเลี่ยงการใช้ภาชนะร่วมกับใคร ฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ ทำความสะอาดโทรศัพท์มือถือ, สวิตช์ไฟ, ลูกบิดประตูด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อโรค สร้างภูมิต้านทานด้วยการออกกำลังกาย กินผักผลไม้ พักผ่อนเพียงพอ ไม่เครียด

Loading...