เรื่องเล่าเตือนสติ ความสัมพันธ์แบบกาฝากมันไม่ใช่ความรัก

Loading...

เรื่องเล่าเตือนสติ ความสัมพันธ์แบบกาฝาก หลาย ๆ คนมักเกิดความเข้าใจผิด เกี่ยวกับความรักว่า “ถ้ารักกันแล้วเราต้องขาดกันไม่ได้” ตัวอย่างเช่น เมื่อเราเลิกกับแฟนไปแล้ว ไม่ว่าหญิงชายที่โดนแบบนี้ มักจะกินไม่ได้นอนไม่หลับ คิดถึงเค้าอยู่ตลอด คิดมาก บางคนถึงกับคิ ด สั้น เลยก็มี

งั้นเราขอหยิบยกเรื่องราวของคนไข้สาวรายหนึ่งที่แฟนหนุ่มพึ่งจากไปเพื่อเป็นกรณีศึกษาเตือนสติ“ฉันไม่อยากอยู่ต่อไปแล้วฉันอยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีเขาค่ะหมอ”เธอรำพึงรำพันกับจิตแพทย์ซึ่งเธอลืมไปแล้วว่าก่อนหน้าที่เธอจะมีเขา

เธอก็ใช้ชีวิตอยู่มาได้ด้วยตัวคนเดียวตลอด แต่เมื่อขาดเขาไปกลับคิดว่าตัวเองจะอยู่ไม่ได้ “ฉันรักเขามากค่ะ คุณหมอคงทราบ ใช่ไหมคะว่าหนูรักเขามากขนาดไหน” ทุกถ้อยคำที่พรั่งพรูออกมาพร้อม กับน้ำตาที่ไหลเอ่ออาบแก้ม

จิตแพทย์ยื่นกระดาษทิชชูเช็ดน้ำตาเธอจนหมดกล่อง “สงสัยคุณจะเข้าใจผิดแล้วแหละครับ คุณผู้หญิง คุณไม่ได้รักแฟนคุณเลยสักนิด” จิตแพทย์เอ่ยขึ้น “คุณหมอพูดแบบนี้ได้อย่างไรค่ะ ก็ฉันพึ่งจะพูดไปว่าขาดเขาไม่ได้ ถ้าขาดเขาแล้วหนูก็ไม่อยากมีชีวิตอยู่ต่อไป”

เธอแสดงความไม่พอใจออกมาอย่างชัดเจนจิตแพทย์ยกมือขึ้นปรามเธอพร้อมอธิบาย“สิ่งที่คุณพูดกับหมอมาทั้งหมดมันไม่ได้เรียกว่าความรักหรอกครับความสัมพันธ์ของคุณกับเขาเรียกว่าความสัมพันธ์แบบกาฝากตราบใดที่คุณยังต้องพึ่งใครสักคนเพื่อความอยู่รอดของคุณคุณก็ทำตัวเหมือนต้องมีเขาตลอดเวลา

มันทำให้ชีวิตของคุณ ไม่มีทางเลือกและขาดอิสระภาพ คุณลองถามตัวคุณเองว่ามันเป็นความรัก หรือแค่ความสัมพันธ์กาฝากกันแน่” คนไข้สาวอึ้งไปชั่วขณะ เหมือนว่า หมอต้องการซ้ำเติมเธอหรืออย่างไร “ความรักที่แท้จริงต้องมีอิสรภาพ…

คนสองคนจะรักกันได้ก็ต่อเมื่อเขาทั้งสองสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ตามลำพังอย่างไม่เป็นทุกข์แต่เขาทั้งสองก็เลือกที่จะใช้ชีวิตร่วมกันเพื่อความสุขที่มากขึ้น”หลังจากจิตแพทย์พูดจบคนไข้สาวเริ่มดวงตาเห็นธรรมรอยยิ้มเริ่มปรากฎขึ้นที่มุมปาก

“คำพูดของคุณหมอเปรียบเสมือนแสงตะวัน ที่สาดส่องทะลุทำลายกำแพงหมอก บัดนี้ดิฉันได้เห็นแล้วซึ่งสัจธรรม ” แนวคิดเรื่อง ภาวะพึ่งพิง หรือ ความสัมพันธ์แบบกาฝาก เป็นภาวะที่เราไม่สามารถดำเนินชีวิต โดยปราศจากการดูแลเอาใจใส่จากบุคคลอื่นได้ แต่ถ้าคุณถึงขั้น “ขาดเขาไม่ได้ ”

จงอย่าเอาคำว่า “รักเขามากเหลือเกิน ” มาลวงหลอกใจตัวเอง ยิ่งต้องถึงขั้นคิ ดสั้นเลย นั่นยิ่งแสดงว่า “แม้แต่ตัวเอง ก็ยังไม่รัก” หลายคนคิดว่าถ้าฉันไม่อยู่แล้ว จะทำให้เขารู้สึกผิดกับการกระทำ ของเขาที่ทิ้งเราไป คิดแบบนี้ ส่วนใหญ่ไร้ค่า ปัจจุบันผู้หญิงเรามีการศึกษา มีการงาน และ ความสามารถไม่แพ้ผู้ชาย ไม่จำเป็นต้องอาศัยผู้ชาย เป็นผู้นำของชีวิตเหมือนในสมัยก่อน…

การอยู่เป็นโสดหรือเลิกกับคนรักไป ไม่มีผลถึงกับทำให้ใช้ชีวิตไม่ได้ ผู้หญิงทั้งหลายจึงสามารถใช้ชีวิต ด้วยตนเองได้อย่างมีความสุข และภาคภูมิใจ ในเกียรติของผู้หญิง และ หากได้พบชายใดที่เราเห็นว่า

ทำให้ชีวิตเรามีความสุขมาก ขึ้นและดีขึ้น กว่าการอยู่คนเดียว คุณก็อยู่ในฐานะที่มีโอกาสเลือก… ไม่ใช่จำเป็นต้องเลือก ไม่มีทางเลือก หรือ จำใจเลือกเขามาเป็นคู่ชีวิต จำไว้ว่า หากมีชีวิตคู่แล้วต้องส่งเสริมกันและกันให้ดีขึ้น ไม่ใช่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งพึ่ง พาอาศัยอีกฝ่ายอยู่ตลอดไป

ขอบคุณเครดิตข้อมูลจาก verrysmilejung.com

Loading...