พระตกนรก !!! ทำไมพระต้องตกนรก เป็นพระตกนรกง่ายกว่าเป็นโยม

Loading...

ท่านว่ายทวนน้ำเคยเล่าเรื่องการบวชให้ฟังนานแล้วว่า เป็นพระตกนรกง่ายกว่าเป็นโยม เพราะเมื่อไหร่ก็ตามที่คุณบวชเปลี่ยนเครื่องแบบเป็นพระ นั่นเท่ากับเป็นการแสดงให้คนอื่นเห็นว่าคุณสมัครใจจะมาเป็นผู้ละกิเลส คนอื่นจึงได้มอบอาหาร มอบยา มอบเครื่องนุ่งห่ม มอบที่อยู่อาศัยให้ เพื่อที่ผู้ที่มาบวชจะได้ไม่ต้องวุ่นวายกับการทำมาหากิน เป็นการอำนวยความสะดวกให้ผู้ที่มาบวชมุ่งทำหน้าที่ละกิเลสไปเพียงอย่างเดียว

ถ้ามาบวชแล้วไม่ทำหน้าที่ของพระ คือไม่ละกิเลส นั่นเท่ากับเป็นการหลอกลวงผู้อื่นอยู่ตลอดเวลา เพราะเป็นการทำให้ให้ผู้อื่นหลงเข้าใจว่าเป็นผู้ละ แท้จริงแล้วเป็นเพียงคนโกนหัวห่มผ้าเหลืองที่ผ่านการบวชตามประเพณีเท่านั้น ดังนั้น อาหาร ยา เครื่องนุ่งห่ม ที่อยู่อาศัย ที่ผู้อื่นสละให้จึงเป็นการสละแก่ผู้ที่ไม่ทำหน้าที่ละกิเลส แต่หลอกลวงว่าเป็นผู้ละกิเลส ไม่ต่างอะไรกับการโกหกหลอกลวงเขาเพื่อให้ได้ทรัพย์สินมา จึงเป็นกรรมที่จะพาไปสู่อบายภูมิ และผู้นั้นจะต้องมาใช้เขาคืนในภายหน้า แต่ถ้าเมื่อไหร่ก็ตามที่พระรูปนั้นบรรลุธรรมไม่ว่าขั้นหนึ่งขั้นใดแล้ว พระรูปนั้นจะเปลี่ยนเป็นเนื้อนาบุญให้เขาในทันที

การบวชพระนั้นไม่ใช่เรื่องยาก แต่เมื่อบวชแล้วมาปฏิบัติให้ตัวเองเป็นพระที่แท้จริงนั้นยาก ท่านว่ายทวนน้ำจึงไม่แนะนำให้บวชเล่น ๆ บวชตามประเพณี หรือตามความเชื่อ ไม่อย่างนั้นขาข้างนึงก็ก้าวไปสู่ในอบายภูมิตั้งแต่มาบวชแล้ว ถ้าจะบวชขอให้ออกมาบวชอย่างจริงจัง ปล่อยวางภาระหน้าที่ทางโลก และปฏิบัติด้วยการย้อนดูตน จับผิดตน ดัดสันดานตน ละกิเลสให้เต็มที่ โดยไม่จำต้องศึกษาตำรา แต่ให้ศึกษาจิตตนเองนั่นคือ “ปริยัติ” ที่แท้จริง เมื่อผู้บวชทำการดัดสันดานตนเอง (ละกิเลส) นั่นคือการ “ปฏิบัติ” และเมื่อดัดสันดานตนเองไปเรื่อย ๆ ได้ถึงจุดหนึ่งจิตจะมีกำลังดันกิเลสออกไปเองโดยอัตโนมัติ อันเป็นผลของการปฏิบัติ คือ “ปฏิเวธ” ขึ้นมาในสักวัน

ถ้ามาบวชแล้วมากิน ๆ นอน ๆ บวชมาสะสมทรัพย์สิน บวชมาทำพิธีต่าง ๆ บวชมาทำให้ผู้อื่นงมงาย ไม่ได้บวชเพื่อเอาเวลามาย้อนดูตน จับผิดตน ไม่ดัดนิสัยตน (ไม่ละกิเลส) สู้อย่าบวชเสียจะปลอดภัยจากอบายภูมิมากกว่า

ขอบคุณเครดิตข้อมูลจาก เดินทางลัดสู่กลางใจพุทธ

Loading...